บทนิยามแห่งความคิด

ความว่าความคิดนั้นเป็นอย่างไร อะไรคือความคิด อะไรเป็นเหตุให้ต้องคิด ความคิดมาจากไหน ทำไมคนเราจะต้องคิด คิดแล้วได้อะไร คิดแล้วเสียอะไร ไม่ต้องคิดได้หรือไม่ แล้วจะดับความคิดได้อย่างไร สารพันแห่งคำถามที่ได้เกริ่นมานี้ เป็นสิ่งที่ท่านทั้งหลาย อาจจะเคย คิดตั้งคำถามกับตัวเองอยู่บ้าง ซึ่งบางคราวเราก็หาคำตอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ถูกบ้าง ผิดบ้าง สุดแท้ แต่ว่าเราจะหาคำตอบมาอธิบายกับตนเองว่าเช่นไร ในหนังสือเล่มนี้ท่านทั้งหลาย จะได้เข้าใจ และได้ศึกษา ค้นคว้า ใน ความแห่งความคิด ว่าความคิดนั้นมีอิทธิพลอย่างไรกับชีวิตเราบ้าง คิดอย่างไรให้เป็นสุข และ คิดอย่างไรไม่ให้ทุกข์ หรือ คิดอย่างไรจึงเป็นทุกข์บทนิยามแห่งความคิด ความว่าความคิดนั้นเป็นอย่างไร อะไรคือความคิด อะไรเป็นเหตุให้ต้องคิด ความคิดมาจากไหน ทำไมคนเราจะต้องคิด คิดแล้วได้อะไร คิดแล้วเสียอะไร ไม่ต้องคิดได้หรือไม่ แล้วจะดับความคิดได้อย่างไร สารพันแห่งคำถามที่ได้เกริ่นมานี้ เป็นสิ่งที่ท่านทั้งหลาย อาจจะเคย คิดตั้งคำถามกับตัวเองอยู่บ้าง ซึ่งบางคราวเราก็หาคำตอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ถูกบ้าง ผิดบ้าง สุดแท้ แต่ว่าเราจะหาคำตอบมาอธิบายกับตนเองว่าเช่นไร ในหนังสือเล่มนี้ท่านทั้งหลาย จะได้เข้าใจ และได้ศึกษา ค้นคว้า ใน ความแห่งความคิด ว่าความคิดนั้นมีอิทธิพลอย่างไรกับชีวิตเราบ้าง คิดอย่างไรให้เป็นสุข และ คิดอย่างไรไม่ให้ทุกข์ หรือ คิดอย่างไรจึงเป็นทุกข์

 

วิธีคิดที่ความคิดคืออะไร

 

ถ้าใครอยากให้ใจสงบต้องหยุดความคิด และ ละความคิดเสีย พยายามอย่าให้เราคิด แล้วความสงบก็จะเกิดขึ้นกับตัวของเรา เป็นธรรมดาของสัตว์โลกทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ก็ดี สัตว์ เดรัจฉานก็ตาม ทุกชีวิตที่มีกายและจิตอาศัยอยู่ด้วยกัน สิ่งทั้งสองนี้ สัมพันธ์และเกี่ยวเนื่องกัน คือกายและจิต เมื่อกายและจิตมาอาศัยอยู่ ด้วยกันแล้ว ความรู้สัมผัสและผัสสะต่างๆ ก็ย่อมมีขึ้นและเกิดขึ้น เช่นว่า ตากระทบรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นชิมรส กายถูกต้องสัมผัส ร้อน อ่อนแข็งสล็อต ออนไลน์ เป็นต้น สภาพเหล่านี้เรียกว่า การเกิดผัสสะท เมื่อมีผัสสะทางรูปเกิดขึ้น ก็ยังไม่สามารถทำให้คนเราทั้งหลาย เกิด ความรู้สึกได้ เป็นเพียงสภาพการเห็นเท่านั้น แต่พอมีสภาวะแห่ง การเข้าไปรับรู้ เรียกว่ามีจิตเข้าไปรับรู้ โดยที่ประสาทสัมผัส ทั้งหมดได้ส่งความรู้สึกทั้งหมดไปสู่สมองและไหล เวียนไปสู่จิต แล้วอารมณ์แห่งความนึกคิด และ ความรู้สึกต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นมา กล่าวคือ หากว่าเพียงแค่ตาเห็นรูป แต่ความ รู้สึกหรือประสาทสัมผัสไม่ได้ส่งไป ที่สมองและจิตโดยสมบูรณ์แล้ว ความรู้สึกและความนึกคิดก็จะเกิด ขึ้นไม่ได้

 

เปรียบเหมือนตอนที่เรากำลังตื่นนอนใหม่ๆ สัมผัสแห่งกาย ประสาท และจิตยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ก็เลยทำให้เรารับรู้อย่างไม่สมบูรณ์ เช่นว่า เราเพิ่งจะตื่นนอนแล้วยังคงงัวเงียอยู่ มีคนเขามาสั่งให้เราทำอย่าง นั้นอย่างนี้ ในช่วงตอนนั้นเราบางครั้งก็รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง บางทีตา เห็นรูปอยู่แต่ว่าไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองเห็นนั้นคืออะไร ทั้งๆ ที่สิ่งนั้นก็อยู่ ภายในห้องเราเอง เป็นสิ่งที่เราเห็นอยู่เป็นประจำ แต่เหตุที่ทำให้เราไม่รู้ใน ขณะนั้นก็เพราะความที่จิตกับกายประสาทยังทำงานไม่ต่อเนื่องหรือยัง ทำงานไม่สัมพันธ์กันเท่าใดนัก ก็เลยเกิดอาการเช่นนี้ขึ้นมา แต่พอเราตื่นสักพักหนึ่งแล้ว กายประสาททำงานสัมพันธ์กับจิต แล้ว ที่นี้เราก็สามารถที่จะรู้ได้ และ เข้าใจได้ว่าสิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่นั้นคือ อะไร สิ่งที่เรากำลังฟังนั้นเป็นเช่นไร ในช่วงนี้เองเมื่อกายกระทบกับสภาพ ภายนอกแล้วส่งความรู้สึกมาสู่จิต แล้วจิตก็จะประมวลผลออกมาให้เรารู้ ว่า สิ่งนั้นคืออะไร เป็นอย่างไร เรียกว่าทำงานสัมพันธ์กันแล้ว ระหว่าง กายประสาทกับจิต ที่นี้ก็จะมีความรู้สึกเข้ามา ในสภาพที่เราเห็น แต่ความ คิดยังไม่มียังไม่เกิดขึ้น

เข้าสู่ระบบ  
รับเครดิตฟรี
สมัครสมาชิก