มณฑาป่า

มณฑาป่า Magnolia garretti (Craib) V.S. Kumar ของไทยในป่าดิบเขาที่ระดับความสูง 1,000-1,900 ม. ชื่ออื่น มณฑาดอย มะองนก ปอนาเดอ ในจังหวัคเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก พิษณุโลก ส่วนในต่างประเทศพบได้ที่มณฑลยูนนาน คนไทยส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับมณฑา ซึ่งเป็น ประเทศจีน และในเวียดนาม พรรณไม้ชนิดหนึ่งในสกุล Magnolia ที่มีคอกสวยงาม คอกสีม่วงแคงของมณทาป่าในบางครั้งก็สร้าง น่ารัก อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมหวานรวยรื่น เป็นที่ชื่นชอบ ความสับสนให้แก่นักสำรวจและจำแนกพรรณไม้ ของบรรดาผู้รักไม้คอกหอมทุกท่าน หากทว่าในราวป่า เนื่องจากยังมีมณฑาอีกชนิดหนึ่งที่มีคอกสีม่วงแคง บนเขาสูงทางภาคเหนือ ยังมีมณฑาอีกชนิดหนึ่งที่มี สล็อต ออนไลน์ และมีลักษณะดอกคล้ายคลึงกันมาก เรียกว่า มณฑา ดอกสีม่วงแดง ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ในเวลากลางคืน คอย พรรณไม้สองชนิคนี้มีกลีบชั้นนอกสีม่วงแคง ที่เรียกว่า มณฑาป่า พรรณไม้หายากอีกชนิดหนึ่งของ เหมือนกัน เมื่อมองดูเผินๆ จึงคิดว่าเป็นพรรณไม้ชนิค ไทยที่ได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นไม้ประดับจนพ้น เดียวกัน หากแต่ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า มณฑาป่าจะ สภาพของความเป็นไม้หายากแล้ว มีกลีบดอกชั้นในเป็นสีม่วงเข้มเช่นเดียวกับกลีบดอก มณฑาป่าถูกค้นพบครั้งแรกของโลกในประเทศ ชั้นนอก ขณะที่มณฑาคอย กลีบคอกชั้นในจะเป็น ไทย โดย H.B.G. Garrett นักพฤกษศาสตร์ซาวอังกฤษ สีขาวนวล และกลิ่นหอมแรงกว่ามณฑาป่า ส่วนใบของ ที่คอยผ้าขาว จังหวัดเชียงใหม่ มีรายงานเมื่อปี 2465 ว่า มณฑาคอยก็มีขนาคใหญ่และยาวกว่า ยาวประมาณ มณฑาป่านี้มีเขตการกระจายพันธุ์เฉพาะภาคเหนือ 1 ศอก วิธีสังเกตความแตกต่างอย่างง่ายๆ จึงให้ดูที่ขนาค ของใบและกลีบดอกชั้นในซึ่งมีสีที่แตกต่างกัน

 

ลักษณะของมณฑาป่า

 

ใบ เป็นใบเคี่ยวเรียงเวียน รูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 18-30 ชม. ปลายใบเรียวแหลม หรือแหลมสั้นๆ เนื้อใบหนา เหนียว คล้ายแผ่นหนัง ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้ม เป็นมันวาว ค้านล่างเคลือบขาว คอก เป็นดอกเดี่ยวออกตามปลายกิ่ง สีม่วงอมแคง คอกมี 9 กลีบ กลีบหนา แข็ง อวบน้ำ เมื่อบานมีเส้นผ่า- ศูนย์กลาง 8-10 ซม. คอกบาน 2-3 วัน ผล เป็นผลกลุ่มรูปไข่หรือทรงกระบอก สีน้ำตาล มณฑาป่าเป็นพรรณไม้ที่มีลำต้นขนาคใหญ่ ถึง กว้าง 6-8 ซม. ยาว 7-12 ซม. ผลแก่ห้อยลง มีผลย่อย แม้ว่าจะมีเนื้อไม้ค่อนข้างอ่อน แต่ชาวบ้านก็ยังคัดโค่น จำนวนมากเรียงกันอยู่บนแกนยาวอันเดียวกัน ผลย่อย มาใช้ในงานก่อสร้าง และใช้ทำเครื่องเรือนบางชนิค แข็ง ยาว 1-1.5 ซม. ทำให้ในธรรมชาติมีจำนวนต้นเหลืออยู่ไม่มากนัก เมล็ด สีแดง ยาวรีและค่อนข้างแบน ขนาด 0.7-1 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายๆ หน่วยงานจึงได้เร่งขยาย ซม. ผลย่อยแต่ละผลมี 1-4 เมล็ด พันธุ์และส่งเสริมให้ปลูกเป็นไม้ประดับบนพื้นที่ระดับ ออกคอกเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ผลแก่เดือน สูง เช่น เขตอุทยานแห่งชาติ และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ตุลาคมถึงพฤศจิกายน นอกจากนี้ มณฑาป่ายังมีชื่ออยู่ในโครงการปลูกทดแทน ป่าที่เสื่อมโทรมในพื้นที่สูงอย่างได้ผลดี เนื่องจาก มณฑาป่าเป็นพรรณไม้ที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ป่ากลับคืนสู่ความอุคมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่งได้ใน เวลาไม่นานนัก ลักษณะพรรณไม้ ต้น เป็นไม้ต้นไม่ผลัดใบ ขนาคใหญ่ สูง 20-25 ม. เปลือกหนา สีเทา มีกลิ่นฉุน เกสร ผลอ่อน การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ปลูกลงในแปลงที่ ร่มรำไร หรือกลางแจ้งบนพื้นที่ระดับสูงที่มีอากาศหนาว เย็น ผู้ที่ชื่นชอบความสวยงามของคอกมณฑาป่า พยายามนำต้นมณฑาป่ามาปลูกในกรุงเทพฯ และใน พื้นที่ราบภาคกลาง ซึ่งมีอากาศร้อนจัด พบว่ายังไม่ ประสูบผลสำเร็จ เนื่องจากต้นมณฑาป่าชะงักการเจริญ เติบโตในช่วงฤดูร้อน และค่อยๆ ตายไป

เข้าสู่ระบบ  
รับเครดิตฟรี
สมัครสมาชิก